จำหน่าย หญ้าปักกิ่ง สด แคปซูล อบแห้ง

หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรทางเลือกสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

August 20, 2014
by admin
Comments Off

หญ้าปักกิ่ง มหัศจรรย์จากพฤกษชาติบำบัด  

หญ้าปักกิ่ง มหัศจรรย์จากพฤกษชาติบำบัด  หญ้าปักกิ่งคืออะไร

หากจะกล่าวถึงสมุนไพร ที่ถือว่าเป็นโอสถของเทวดาแล้ว หนึ่งในชื่อของโอสถเทวดานี้จะต้องมีชื่อของหญ้าปักกิ่งอย่างแน่นอน ด้วยลำต้นเป็นใบเรียวสีเขียวคล้ายใบของต้นไผ่ ตัวใบมีความชุ่มชื่นและอุ้มน้ำอยู่ตลอดเวลา ขนาดความสูงของมบอยู่ที่ประมาณ 10-40 เซนติเมตร โดยปกติมีสีเขียวสด และอาจมีแถบอบม่วงอยู่บ้าง หญ้าปักกิ่งนิยมนำมาใช้เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ และมีการแบ่งปันข้อมูลว่า หญ้าปักกิ่งสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้ ดังนั้นยาสมุนไพรที่มาจากหญ้าปักกิ่งจึงมีราคาไม่แพง และถูกกว่าการรักษาแบบทั่วๆไป ดังนั้นบทความนี้ เราจะเรียนรู้และศึกษาความมหัศจรรย์ของหญ้าปักกิ่งให้มากยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และผู้คนรอบข้าง

สถานที่ที่พบบ่อยที่สุด

หญ้าปักกิ่งพบครั้งแรกแถบเมืองในประเทศจีน โดยอยู่ทางจีนตอนใต้แถวเขตสิบสองปันนา และแพร่พันธุ์ไปทั่วภูมิภาคเอเชียตอนกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการพบหญ้าปักกิ่งขึ้นในทุกภาคของประเทศไทยด้วย และมีมากที่สุดในบริเวณภาคเหนือและอีสานตอนบนของประเทศไทย แต่หญ้าปักกิ่งนั้นสามารถเพาะปลูกได้ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพียงแต่ยังไม่เป้นการแพร่หลายเท่านั้น

ลักษณะเฉพาะของหญ้าปักกิ่ง

ด้วยความที่หญ้าปักกิ่งจัดเป็นพืชประเภทพืชล้มลุก ดังนั้นตังใบและลำต้นจึงมีความอ่อนตัวง่าย สามารถรับกับแรงลม หรือการถูกเหยียบย่ำได้อย่างมาก ใบของหญ้าปักกิ่งมีลักษณะอ่อนตัวได้สีเขียวสด แต่ทั้งนี้ความสดของหญ้าปักกิ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ และความอุดมสมบูรณ์ด้วย เช่นหากเป็นพื้นที่ดินร่วนที่ไม่อุ้มน้ำอากาศชื้นและอยู่ภายใต้แสงแดดรำไร หญ้าปักกิ่งจะเติบโตและเจริญงอกงามเป็นพิเศษ โดยปกติอุณหภูมิของอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหญ้าปักกิ่งคือไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

การขยายพันธุ์พืชหญ้าปักกิ่ง ทำได้ง่ายๆเพียงแค่การหว่านเมล็ดพันธุ์หรือการแตกหน่อเท่านั้น และคุณสามารถเลือกใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยในสนามหลังบ้านก็สามารถเพาะพันธุ์หญ้าปักกิ่งได้

ประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งในเชิงเศรษฐกิจ

หญ้าปักกิ่งมีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้

  1. ช่วยให้แผ่นดินบริเวณที่ปลูกสามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น

คุณสมบัติแรกของหญ้าปักกิ่งนั่นคือ หากปลูกบนดินร่วนปนทรายที่ไม่ค่อยมีการอุ้มน้ำ รากของตัวหญ้าปักกิ่งจะช่วยให้ดินดังกล่าวมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีขึ้นมาก ช่วยทำให้หน้าดินไม่สูญเสียความชุมชื้นไป เป็นวิธีการถนอมหน้าดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุอยู่เสมอ

  1. เป็นอาหารของสัตว์หลายชนิด

หญ้าปักกิ่ง ถือเป็นอาหารชั้นดีของสัตว์หลายชนิด อาทิ ม้า วัว ควายเป็นต้น และเนื่องด้วยที่หญ้าปักกิ่งมีสรรพคุณเป็นยา จึงทำให้สัตว์ที่กินหญ้าปักกิ่งเหล่านี้ มีความแข็งแรงสุขภาพดี และผลิตเนื้อหรือนมที่มีคุณภาพให้กับผู้บริโภคด้วย

  1. ปลูกหญ้าปักกิ่งขายได้

หลายคนอาจเลือกทำฟาร์มหญ้าปักกิ่ง เพื่อส่งออกหรือจำหน่ายเป็นวัตถุดิบในการทำยาเพื่อรักษาโรคต่างๆ อาทิโรคมะเร็งได้ โดยอาจเลือกพันธุ์หญ้าปักกิ่งที่มีคุณภาพจากประเทศจีนมาเป็นตัวขยายพันธุ์ได้ สำหรับตลาดรับซื้อนั้นมีทั้งภายในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศเช่นที่ประเทศจีนเป็นต้น

ประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งในเชิงการแพทย์

จากที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า หญ้าปักกิ่งถือเป็นหญ้าเทวดาที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคหลายๆโรคได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งคุณสมบัติที่หลากหลายนี้ทำให้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ที่รักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ดังนั้นเพื่อให้เห็นประโยชน์ของหญ้าปักกิ่งมากขึ้น เรามาพิจารณาถึงประโยชน์ทางการแพทย์ของหญ้าปักกิ่งกันนะครับ

  1. มีผลต่อการรักษาโรค

โรคที่มีผลต่อการรักษาในทางที่ดีขึ้น โดยการใช้หญ้าปักกิ่งประกอบไปด้วย รักษาโรคมะเร็งในตับ โรคมะเร็งในลำคอ โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ โรคลูคีเมีย โรคไทรอยด์ โรคไตอักเสบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ และมีผลต่อการบำรุงหัวใจด้วย

  1. ปรับสมดุลทางจิตใจ

หญ้าปักกิ่งมีคุณสมบัติพิเศษอีกประการหนึ่ง นั่นคือควบคุมความสมดุลทางด้านจิตใจให้กับร่างกาย ช่วยลดภาวะเครียดที่เกิดขึ้นในร่างกายและทำให้การทำงานเป็นปกติ

  1. ช่วยบรรเทาอาการเป็นโรคภูมิแพ้

ช่วยบรรเทาอาการเป็นโรคภูมิแพ้ในคนได้ และหากรับประทานหญ้าปักกิ่งอย่างต่อเนื่องสามารถทำให้อาการของภูมิแพ้บางชนิดหายไปได้ด้วย

วิธีการนำหญ้าปักกิ่งมารับประทาน

  1. นำหญ้าปักกิ่งที่มีความเขียวชอุ่มมาประมาณ 800 กรัมจากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียดหุ้มด้วยผ้าขาวบาง
  1. จากนั้นเทหญ้าปักกิ่งที่โขลกละเอียดดีแล้วผสมกับน้ำประมาณ 6 ขวดน้ำชาเขียว โดยน้ำที่นำมาผสมนั้นจะต้องเป็นน้ำเย็น และมีความสะอาด
  1. อย่าลืมกรองเศษหญ้าปักกิ่งด้วยผ้าขาวก่อนนำน้ำหญ้าปักกิ่งเก็บเข้าตู้เย็น
  1. วิธีการรับประทานคือ ให้รับประทานเป็นน้ำดื่มแช่เย็น โดยอาจผสมกับน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อยของ น้ำหญ้าปักกิ่ง หรืออาจผสมกับน้ำตาลเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้หญ้าปักกิ่งมีรสชาติที่ดียิ่งขึ้น
  1. ปกติการดื่มน้ำหญ้าปักกิ่ง จะรับประทานในช่วงเช้าที่ท้องว่าง หรือในช่วงเวลาก่อนเข้านอน ซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถดูดสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าไปรักษาอาการของโรคต่างๆในร่างกายได้
  1. ห้ามรับประทานหญ้าปักกิ่งสดๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการคั้นเสียก่อนเนื่องจากหญ้าอาจมีรสชาติของความเฝื่อนพอสมควร
  1. อย่ารับประทานหญ้าปักกิ่งพร้อมกับพืชที่มีหัวบนพื้นดินเช่น ฟักทอง หัวไชเท้า เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ไม่ต้องกังวลเนื่องจากพบอาการแบบนี้น้อยมาก
  1. หากมีช่วงประมาณสัปดาห์แรก มีอาการหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่สบายตัว ขอให้ทำความรู้สึกสบายๆเนื่องจากหญ้าปักกิ่งอาจกำลังทำปฏิกิริยากับโรคร้ายๆต่างในร่างกายอยู่ หากสามารถปล่อยวางได้ภายใน 1 สัปดาห์อาการรู้สึกหงุดหงิดจะหายไป และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง
  1. การรับประทานหญ้าปักกิ่งเกินขนาด จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นปริมาณที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน 2 แก้วน้ำต่อวัน แต่หากปั้นเป็นยาลูกกลอน ไม่ควรรับประทานหญ้าปักกิ่งเกินกว่าปริมาณ 1 เม็ดยาลูกกลอน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบในทางลบต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การประยุกต์ใช้องค์ความรู้เพื่อพัฒนาหญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่งยังมีคุณสมบัติที่ดีอีกมากต่อร่างกาย แต่เนื่องจากหลายๆคนอาจมองข้ามประโยชน์ของหญ้าปักกิ่ง จึงทำให้มีการบริโภคหญ้าปักกิ่งเพื่อการป้องกันและรักษาโรคในปริมาณที่น้อย ดังนั้นการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาเพื่อหาข้อดีของหญ้าปักกิ่ง จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

การใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อรักษาโรคมะเร็ง

อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วว่า หญ้าปักกิ่งมีคุณสมบัติประการสำคัญประการหนึ่งนั่นคือ ในการรักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นหากเราต้องการใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อรักษาอาการของโรคมะเร็งด้วย อาจเพิ่มปริมาณหรือวิธีการใช้ยา ด้วยการบริโภคเป็นในลักษณะของแคปซูลหรือว่าในลักษณะของยาลูกกลอนแทน และเพิ่มปริมาณเป็นวันละ 2-4 เม็ด โดยบริโภคในช่วงก่อนรับประทานอาหารเช้า และในช่วงก่อนนอนเช่นเดิม ทั้งนี้การรับประทานยาสมุนไพรจากหญ้าปักกิ่ง ควรได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรคมะเร็งเฉพาะทางก่อนทุกครั้ง

บทสรุป

กล่าวโดยสรุปแล้ว หญ้าปักกิ่ง ถือเป็นพืชสมุนไพร และเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีประโยชน์มากต่อการรักษา ดังนั้นการเรียนรู้และศึกษา พร้อมทั้งการทำงานวิจัยค้นคว้าจะช่วยให้ สามารถพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆของหญ้าปักกิ่งได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งหากขยายแนวคิดทางด้านการใช้หญ้าปักกิ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ จะสามารถช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร หรือชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้จากการปลูกหญ้าปักกิ่งออกขาย หรือมีหน่วยงานของรัฐรับซื้อไปเพื่อผลิตเป็นยาสมุนไพรจำหน่ายให้กับชาวไทย และชาวต่างประเทศทุกท่าน ไม่แน่ว่าในอนาคตผลิตภัณฑ์จากหญ้าปักกิ่ง อาจช่วยฟื้นฟูประเทศไทยให้พ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ อย่างอัศจรรย์ เหมือนความอัศจรรย์ของการรักษาโรคโดยใช้หญ้าปักกิ่งก็เป็นได้

August 15, 2014
by admin
Comments Off

สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง มีอะไรบ้าง

สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง มีอะไรบ้างโรคมะเร็ง เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่สุดสำหรับมนุษย์ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ใช่ไหมครับ  มะเร็งคือ กลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติ ไม่ว่าจะที่ DNA หรือ พันธุ์กรรมก็ตาม จะส่งผลให้เซลล์ที่มีการเจริญโตเติบ มีการเพิ่มจำนวนของเซลล์อย่างรวดเร็วอย่างผิดปกติ จึงทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อขึ้นนั่นเอง เพราะจากการขาดเลือดเข้าไปเลี้ยง โดยมะเร็งจะเกิดขึ้นได้หลายอวัยวะในร่างกาย การเรียกชื่อก็จะตามอวัยวะที่เกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งหลอดลม เป็นต้ม ซึ่งมะเร็งพบในมนุษย์มากถึงกว่า 100 ชนิด ซึ่งจะมีลักษณะและการรักษาที่แตกต่างกัน  โดยสาเหตุที่เกิดเป็นโรคมะเร็งมีดังนี้

1. เกิดจากทางพันธุ์กรรม มะเร็งส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมโดยตรง แต่จากการวิจัยต่างๆได้ค้นพบว่าคุณสมบัติทางพันธุกรรมบางอย่าง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปกติให้เป็นมะเร็งได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้นี่เป็นคำอธิบายได้ว่าทำไมบางคนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อมะเร็ง ทั้งดื่มเหล้าสูบบุหรี่แต่กลับไม่เป็นมะเร็ง ในขณะที่บางคนไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงใดๆเลยแต่กลายเป็นว่าพบมะเร็งในร่างกาย ดังนั้นปัจจัยทางพันธุกรรมเหล่านี้จึงเป็นปัญหาที่ดูแล้วจะแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ยาก

2. เกิดจากการได้รับสารก่อมะเร็งต่างๆ  สารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิดพบได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไปหรือในร่างกายของเราเอง ซึ่งในส่วนใหญ่แล้วการเกิดมะเร็งนั้นมาจากการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับแตกต่างกันไปของแต่ละคน การได้รับปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากมายร่วมกัน ทำให้โอกาสในการเป็นมะเร็งของคนนั้นมากและเร็วขึ้นไป สารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อมที่สำคัญและพบเจอได้บ่อยก็ได้แก่ บุหรี่ ที่เป็นสาเหตุสำคัญสำหรับการเกิดโรคมะเร็งได้หลายตำแหน่งในร่างกายทั้งทางช่องปาก หลอดอาหาร กล่องเสียง ตับ ปอด เป็นต้น หรือจะเป็นสารเคมีต่างๆที่ร่างกายต้องสัมผัสทั้งโดยตรงและทางอ้อม ไม่เว้นแม้แต่การรับประทานอาหารหากกินของที่มีรสเค็ม หรือส่วนที่มีการปิ้งย่างที่ไหม้จนเกิดไปล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงทั้งสิ้น ดังนั้นคงบอกได้ว่าการเกิดมะเร็งนั้นมาจากวิถีการใช้ชีวิตของแต่ละคนนั่นเอง

3. เกิดจากร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำก็จะทำให้การแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย รวมไปถึงระบบจำกัดสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายได้รับหากเทียบกับคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายของคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะสะสมและกำจัดสารพิษต่างๆได้อย่างช้าและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรนั่นเอง โดยมีคำพูดที่น่าสนใจคำนึงว่า คนไม่ได้ตายเพราะมะเร็งแต่ตายเพราะโรคแทรกซ้อนนั่นเอง

การรักษาผู้ช่วยด้วยโรคมะเร็งตามทฤษฎีของทางแพทย์ตะวันตกได้ให้หลักการไว้ 2 วิธี คือ การรักษาโรคมะเร็งโดยใช้รังสี และการรักษามะเร็งโดยใช้สารเคมี ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้ใช้หลักการเดียวกันคือการทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ก็เกิดผลข้างเคียงโดยการรักษาทั้ง 2 วิธีไม่สามารถระบุการกำจัดได้แค่เซลล์ร้าย ทำให้เซลล์ดีถูกทำลายลงไปด้วย โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่นเซลล์ผม เซลล์ผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือดในไขกระดูก และเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน โลหิตจาง เบื่ออาหาร ทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน รวมไปถึงวิธีการดังกล่าวต้องมีการนำเข้าตัวยาจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ดังนั้นจึงทำให้แพทย์แผนไทยหลายๆท่านได้เห็นความสำคัญของการรักษามะเร็ง ทำให้มีการค้นคว้าสมุนไพรชนิดต่างๆขึ้นมา เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดหรือแม้แต่จะช่วยบรรเทาได้ในบางส่วนก็ยังดี โดยหลักการรักษามี 4 อย่างก็คือ

1. บำรุงสุขภาพ (Health Manintenance)

2. รักษาโรค (Disease Cure)

3. การคืนสู่สภาพปกติ (Rasayana / Restoration of normal Function)

4. จิตวิญญาณ (Spitritual Apporoach)

โดยหลักการมีอยู่ว่า ข้อสำคัญที่สุดคือต้องหาอาการเจ็บป่วยให้เจอ เพื่อที่จะทำการแก้ไขสมดุลในร่างกาย แก้ไขส่วนขาดลดส่วนเกิน โดยทั่วไปจะใช่สมุนไพรหลายๆชนิด ซึ่งจะเข้าไปช่วยระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกายพร้อมๆกันกับการบำรุงร่างกายไปด้วย โดยสมุนไพรที่รักษามะเร็งจะออกฤทธิ์ต่างๆกันดังนี้

1. ระงับการสร้างเส้นเลือดใหม่

2. ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง

3. ระงับการอักเสบ

4. ซ่อมแซม DNA

5. ต้านการอ็อกซิไดส์ กำจัดอนุมูลอิสระ

6. ยับยั้งจุลชีพ

ซึ่งสมุนไพรแต่ละชนิดก็มีสรรพคุณแตกต่างกัน ดังนั้นต่อไปนี้จะขอแนะนำสมุนไพร บางชนิดที่สามารถรักษาโรคมะเร็งมาให้ชมกันครับ

1. เห็นหลินจือ เห็ดหลินจือถือเป็นสมุนไพรยอดฮิตชนิดหนึ่งที่นำมารักษาโรคมะเร็ง จากการศึกษาพบว่าเห็นหลินจือเป็นแอนติออกซิแดนซ์หรือที่เรียกกันว่าสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถขจัดอนุมูลอิสระได้ ลดและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งอย่างดีเยี่ยม เห็นหลินจือช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มะเร็งลดต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวมีความแข็งแรงมากขึ้นทำให้ภูมิคุ้มกันต่างๆแข็งแรงพอที่จะสู้กับโรคมะเร็งได้ และยังช่วยให้สมดุลในร่างกายที่ทำงานอย่างผิดปกติดีขึ้นอีกด้วย

2. สารสกัดจากมะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก จากการทดลองฆ่าเซลล์มะเร็งที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการวิจัยได้ผลเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่มีการนำไปใช้ในสัตว์หรือผู้ป่วยจริงๆ โดยทำการทดสอบกับเซลล์มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ และมะเร็งเต้านมได้ผลการฆ่าเซลล์มะเร็งถึง 100 เปอร์เซ็นต์

3. หญ้าปักกิ่ง เป็นสมุนไพรที่มีการรักษามาอย่างยาวนานของทางประเทศจีน เป็นสมุนไพรช่วยในการบำรุงพลังปราณ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน  โดยจากการวิจัยพบว่าสามารถทำลายมะเร็งโดยตรงในระยะอ่อนถึงปานกลาง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ โดยมีวิธีการใช้งานที่หลากหลายแต่วิธีที่นิยมนำมาใช้งานก็คือ การนำหญ้าปักกิ่งมาคั้นและดื่ม โดยดื่นวันละ 2 ครั้งและไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

4. ปัญจขันธ์ เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งที่มีการค้นพบมากในประเทศญี่ปุ่น จีน และไทย พบว่าตัวยาที่ได้ที่ทำการสกัดได้นั้นแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์เอชไอวีโพรทีเอส ทำให้เชื้อไวรัสเอชไอวีใม่เพิ่มจำนวน ใรฤทธิ์เสริมในการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังสามารถนำมาผลิตใช้เป็นยาทดแทนการใช้ยาปัจจุบันได้หลากหลายประเภทอีกด้วย

5. ทองพันชั่ง มีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ออกดอกเป็นช่อมีสีขาว สามารถใช้งานได้ทั้ง ทั้งต้นรวมไปถึงราก โดยวิธีการใช้รักษาโรคก็แสนง่าย โดยใช้ทั้งต้นประมาณ 30 กรัมนำไปต้มน้ำ ใช้ดื่มแทนน้ำได้ทันที

6. ผักชี เป็นพืชที่พบได้อย่างมากมายในประเทศของเรา นี่คือพืชผักสวนครัวที่มีการบริโภคกันเป็นลำดับต้นๆที่มีสรรพคุณในการรักษามะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งได้มีงานวิจัยระบุว่า วิตามินซี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร และเบต้าแคโรทีน ที่อยู่ในผักชีช่วยบำรุงเซลล์ให้แข็งแรง กระตุ้นการทำงานของเอนไซต์เพื่อต้านฟรีแรดิคัลและปรับสมดุลของร่างกาย ซึ่งจะป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่างๆได้

และนี่คือสมุนไพรเพียงบางส่วนเท่านั้นครับที่สามารถนำมารักษาหรือบรรเทาอาการของโรคมะเร็ง ยังมีสมุนไพรอีกมากมายที่สามารถนำไปเป็นยารักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีวิธีใช้ที่หลากหลายกันไปบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้การดื่ม และบรรจุเป็นแคปซูลเม็ดมากกว่า การใช้งานของยารักษามะเร็งชนิดต่างๆผู้ใช้ควรศึกษาผลข้างเคียงหรือวิธีใช้ให้ละเอียด เนื่องด้วยสรรพคุณทั้งหลายอย่างนั้นถึงจะสามารถรักษามะเร็งได้แต่บางชนิดก็มาพร้อมกับผลข้างเคียงเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นควรศึกษาให้ดีด้วยครับ ในการรักษาโรคมะเร็งนี้วิธีนี้ดูเหมือนจะเหมาะกับการรักษามะเร็งสำหรับผู้เป็นโรคมะเร็งในระยะแรกๆมากที่สุดและดูจะเป็นวิธีที่น่าจะนำไปใช้รักษาได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายของเราไม่ถูกทำลายเซลล์ดีๆไปอีกด้วยครับ ดังนั้นหากใครคิดว่าร่างกายตัวเองเกิดอาการผิดปกติใดๆก็ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วนได้ทำการรักษาได้อย่างทันท่วงทีนะครับ

August 5, 2014
by admin
Comments Off

หญ้าปักกิ่ง อบแห้ง

หญ้าปักกิ่ง อบแห้งหญ้าปักกิ่ง เป็นสมุนไพรที่มีการรักษามาอย่างยาวนานของทางประเทศจีน เป็นสมุนไพรช่วยในการบำรุงพลังปราณ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน  โดยจากการวิจัยพบว่าสามารถทำลายมะเร็งโดยตรงในระยะอ่อนถึงปานกลาง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ โดยมีวิธีการใช้งานที่หลากหลายแต่วิธีที่นิยมนำมาใช้งานก็คือ การนำหญ้าปักกิ่งมาคั้นและดื่ม โดยดื่นวันละ 2 ครั้งและไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

August 5, 2014
by admin
Comments Off

หญ้าปักกิ่ง แคปซูล

หญ้าปักกิ่ง แคปซูลหญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจและกำลังมีการวิจัยออกมาสนับสนุน เช่น จากการศึกษาหญ้าปักกิ่งเพื่อใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง ไม่พบความเป็นพิษ เมื่อทำการวิจัยในหลอดทดลองนั้นพบว่ามีฤทธิ์ต้านมะเร็ง พวกมะเร็งลำไส้ใหญ่และเซลล์มะเร็งเต้านม โดยพบว่ามีสารกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (จี1บี) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งปานกลางของเซลล์มะเร็ง ที่สำคัญยังพบว่าหญ้าปักกิ่งมี ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง พบว่าผู้ป่วยที่รับประทานหญ้าปักกิ่งเมื่อได้รับการรักษาแบบแผนปัจจุบันนั้น ผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานลดลงจากผลข้างเคียงของการฉายแสงและเคโมเทอราปีส์ ยับยั้งการแพร่กระจายของมะเร็งและการกลับมาเป็นอีก รวมทั้งใช้ปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย

สรรพคุณ : เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย แก้ไข้ แก้ร้อนใน แก้น้ำเหลืองเสีย

ส่วนประกอบ : ในยาทั้งหมด 400 มก.ประกอบด้วยผงหญ้าปักกิ่ง 240 มก. และตัวยาอื่น ๆ

ขนาดบรรจุ : 70 แคปซูล

วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 3 – 4 แคปซูล วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร

ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง : ไม่มีรายงานข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

อาการไม่พึงประสงค์ : อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น 0.5-1 องศาเซลเซียส แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย

ข้อมูลความเป็นพิษ : ไม่พบความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ทั้งในการรับประทานขนาดสูง และขนาดปกติติดต่อกันเป็นเวลานาน

ข้อเสนอแนะ : ในกรณีใช้เพื่อปรับภูมิคุ้มกัน ให้รับประทานยานานไม่เกิน 4-6 สัปดาห์ และควรมีช่วงหยุดยาดังนี้ รับประทานยาติดต่อกัน 5-6 วัน หยุดยา 4-5 วัน เช่นนี้จนครบกำหนด

อายุผลิตภัณฑ์ : 2 ปี (นับจากวันผลิต)

การเก็บรักษา : เก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้องไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

August 5, 2014
by admin
Comments Off

หญ้าปักกิ่ง คืออะไร

หญ้าปักกิ่ง คืออะไรหญ้าปักกิ่งนั้นถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ โดยในประเทศจีนนั้นได้มีการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ประโยชน์มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว โดยจะใช้บำรุงปราณในร่างกายปรับสมดุลธาตุต่างๆให้เข้าที่ แต่สรรพคุณเด่นของหญ้าปักกิ่งนั่นก็คือการรักษามะเร็งได้ในระดับหนึ่งนั่นเองครับ ดังนั้นต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกันหญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Murdannia loriformis (Hassk.) Rao et Kammathy วงศ์  Commelinaceae เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากมณฑลยูนนาน แคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน หญ้าปักกิ่งเป็นไม้ล้มลุก มีความสูงประมาณ 10 – 30 เซนติเมตร ลำต้นกลม มีสีเขียว ลักษณะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว หน้าเรียวคล้ายใบไผ่  มีใบประดับย่อยลักษณะกลม มีสีเขียวอ่อน ดอกสีฟ้า หรือม่วงอ่อน กลีบดอกบาง มี 4 กลีบ โคนกลีบเรียว ผล เป็นผลแห้งแตกออกได้ ขยายพันธุ์ได้โดยการแยกหน่อหรือเมล็ด หากจะนำไปทำการเพาะปลูก ควรที่จะปลูกหญ้าปักกิ่งกับดินที่มีลักษณะร่วนปนทราย ไม่ชอบแสงแดดมาก

สรรพคุณของหญ้าปักกิ่งใช้บำรุงพลังปราณ สามารถปรับสมดุลธาตุต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย สามารถรักษามะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ในระดับหนึ่ง เช่น ในกระเพาะอาหาร ลำไส้ ลำคอ มดลูก ตับ ต่อมน้ำเหลือง เม็ดโลหิต แถมยังสามารถรักษาไทรอยด์ เบาหวาน ไตอักเสบ โรคหัวใจ ความดันโลหิต แก้ปวด แก้ไข ไมเกรน ภูมิแพ้ ทำให้น้ำเหลืองแห้ง และยังสามารถนำหญ้าปักกิ่งมาตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกแผลชนิดต่างๆ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่านี่คือพืชอีกชนิดหนึ่งที่แทบจะรักษาได้ทุกโรค ทำให้หญ้าปักกิ่งเป็นที่นิยมมากทีเดียว โดยในปัจจุบันนี้ได้มีการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ประโยชน์ใน 2 ประเภทใหญ่ๆก็คือ

1. การใช้หญ้าปักกิ่งกับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ว่าต้องการให้ชีวิตของผู้ป่วยนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอาการเจ็บปวดต่างๆทำให้ทุกข์ทรมาณน้อยลง และในบางรายอาจมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกด้วย และยังเป็นการลดผลข้างเคียงของการใช้ยาเคมีบำบัดและรังสีบำบัด

2. การใช้หญ้าปักกิ่งกับผู้ป่วยที่ไม่เป็นมะเร็ง โดยมีกรณีศึกษาใหญ่ๆ 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ ก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักในร่างกายลดลง จากนั้นจะใช้หญ้าปักกิ่งพบว่าจะทำให้เม็ดเลือดขาวสูงขึ้น ร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น และผู้ป่วยที่มรแผลเรื้อรัง ประเภทแผลอักเสบมีหนองหรือมีน้ำเหลืองไหล จากนั้นเมื่อมีการใช้หญ้าปักกิ่งจะทำให้แผลแห้ง

โดยจากงานวิจัยได้บ่งบอกสารในหญ้าปักกิ่งในทางเภสัชวิทยาดังนี้

สารจี 1 บี จะทำหน้าที่ปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น

สารสกัดโคสฟิงโกไลปิดส์ จะทำหน้าที่ยับยั้งต่อเซลล์มะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ โดยจะมีค่า ED50 16 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร

สารสกัดแอลกอฮอล์ของหญ้าปักกิ่งไม่ได้ช่วยยืดอายุ แต่จะช่วยลดความรุนแรงของการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในหนูได้ จึงทำให้มีการคาดการกันว่าสามารถต่อต้านเซลล์มะเร็งได้

สารสกัดหญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ DT-diaphorase จะทำหน้าที่ทำลายสารพิษที่จะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง

สารสกัดหญ้าปักกิ่ง มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของยีนที่เกิดจากสารก่อกลายพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น AFB1

ความเป็นพิษ หญ้าปักกิ่งนั้นถึงแม้จะมีสรรพคุณที่ดีมากมายหลายประการ แต่ก็ยังมีความเป็นพิษอยู่ในตัวเองดังนั้นควรมีการใช้งานในปริมาณที่ไม่เยอะจนเกินไป เพราะความเป็นพิษจากน้ำคั้นของหญ้าปักกิ่ง จะไม่ทำให้เกิดความผิดปกติในทันทีทันใด โดยจากงานวิจัยพบว่าปริมาณพิษเรื้อรังของหญ้าปักกิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนติดต่อกัน ดังนั้นหากมีการใช้งานติดต่อกันจนถึง 3 เดือนควรหยุดพักและเว้นระยะการใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อเป็นการป้องกันการสะสมของปริมาณพิษนั่นเอง

วิธีการใช้งานหญ้าปักกิ่ง โดยหญ้าปักกิ่งจะมีหลากหลายสูตรที่จะนำมาใช้งาน แต่โดยรวมแล้วก็จะคล้ายๆกัน โดยสูตรที่มีการใช้งานโดยทั่วๆไปมีดังนี้

สูตรแบบดั้งเดิม จะนำหญ้าปักกิ่งมา 3 ต้นรวมรากด้วย จากนั้นนำไปแช่และล้างน้ำให้สะอาด จะมียางเหนียวๆออกมา จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดทำการผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นทำการกรองด้วยผ้าขาว นำน้ำที่ได้มาดื่ม ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง โดยจะเริ่มเห็นผลในระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์

สูตรมหิดล นำหญ้าปักกิ่งมา 6 ต้นรวมรากเช่นกัน จากนั้นนำไปแช่และล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นผสมน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นผลไม้ จากนั้นคั้นและกรองน้ำแบ่งรับประทานทั้ง 2 มื้อ ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง

สูตรมยุรี สูตรนี้จะเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันครับ โดยจะทำการชั่งหญ้าปักกิ่งจำนวน 1 กิโลกรัม รวมทั้งต้น ราก ใบ ดอก จากนั้นล้างให้สะอาดนำน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้เย็นแล้วประมาณ 3 ลิตร ทำการปั่นด้วยเครื่องปั่น คั้นหญ้าปักกิ่งด้วยผ้าขาวสะอาด จะได้น้ำหญ้าปักกิ่ง กรอกใส่ขวดผนึกฝา นำเก็บเข้าตู้เย็นในอุณหภูมิระดับเดียวกับแช่ผลไม้   แบ่งรับประทานทั้ง 2 มื้อ ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง

สูตรยาอายุวัฒนะ นำต้นหญ้าปักกิ่งที่ถอนมาสดๆ รวมรากด้วย จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำ ต้มให้น้ำเดือดหลังจากนั้นนำน้ำผึ้งเติมลงไปพอประมาณ ดื่มวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น เชื่อกันว่าจะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงมีอายุยืนยาว

หรือจะนำหญ้าปักกิ่งสดๆ นำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วจิ้มน้ำพริกกินทันทีก็ได้ หรือหากมีน้อยแนะนำให้ใช้วิธีลอกใบมารับประทานวันละ 14 ใบ

ปฏิกิริยาและข้อควรระวังหลังรับประทานหญ้าปักกิ่ง การรับประทานหญ้าปักกิ่งนั้นไม่ควรรับประทานพร้อมของแสลง ซึ่งจะเป็นการนำให้ประสิทธิภาพของหญ้าปักกิ่งด้อยลง เช่น ฟังแพง แตงกวา หัวไชเท้า มะระ และหลังรับประทานหญ้าปักกิ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ อาจจะทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงต่างๆดังนี้ มีอาการหงุดหงิด เป็นไข้ โมโหง่าย นอนไม่หลับ ปวดเมื่อย หรืออาจทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย แต่นี่คืออาการที่อาจจะเกิดนะครับ อาจจะเกิดดังนั้นมันจะไม่เกิดกับทุกคน เช่นเดียวกันสิ่งของต่างๆครับ อาการข้างเคียงจะไม่เหมือนกันดังนั้นควรมีการเช็คสภาพร่างกายตลอดช่วงระยะเวลาในการรับประทานหญ้าปักกิ่งด้วยนั่นเองครับ หญ้าปักกิ่งนั้นเป็นสมุนไพรคลุมดิน ทำให้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากดิน ดังนั้นการนำหญ้าปักกิ่งมารับประทานสดๆต้องแน่ใจในทุกครั้งว่า มีการนำไปล้างที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว เพราะหากมีการล้างที่ไม่สะอาดก็จะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายจากการดื่มด้วย หญ้าปักกิ่งที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้นั้นต้องมีอายุที่เหมาะสม คือควรมีอายุ 3 เดือนขึ้นไปจากการชำกิ่ง และ 5 เดือนขึ้นไปจากการเพาะปลูกเมล็ด จากการศึกษาพบว่าหากมีอายุไม่ได้มาตรฐาน จะไม่มีการสร้างสาร จี 1 บี ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในหญ้าปักกิ่ง และสุดท้ายเนื่องจากหญ้าปักกิ่งมีราคาที่แพงมากทำให้มีการนำหญ้าชนิดต่างๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาหลอกขายอีกด้วย

สถานการณ์ปัจจุบันของการพัฒนาการบริโภคหญ้าปักกิ่งที่ใช้เป็นยา ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม ได้มีการนำเอาหญ้าปักกิ่งมาพัฒนาเป็นยาเม็ด โดยยา 2 เม็ดจะเท่ากับหญ้าปักกิ่ง 3 ต้น โดยกำหนดขนาดรับประทาน ครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย โดยมีระยะเวลาการรับประทานขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้ยาดังนี้ คือ

1. ใช้เพื่อลดผลข้างเคียงจากรังสีบำบัดหรือยาเคมีบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง จะรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน

2. ใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและการกลับเป็นซ้ำอีก หลังจากการรักษาแล้ว โดยรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 1 ปี และตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง

3. ใช้เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง รับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกัน เป็นเวลานานไม่เกิน 6-8 สัปดาห์ โดยใช้เพาะช่วงที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเช่น ขณะติดเชื้อไวรัส

ดังนั้นสุดท้ายการนำหญ้าปักกิ่งมาทำการบริโภค จะต้องมีความมั่นใจจริงๆว่า นี่คือหญ้าปักกิ่งอย่างแท้จริง มีอายุที่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ และถึงแม้หญ้าปักกิ่งจะมีคุณสมบัติที่หลากหลายในการนำมาใช้ประโยชน์ผู้บริโภคก็ต้องคำนึงถึงปริมาณสารพิษเรื้อรัง ที่จะมีการสะสมหลังจากมีการบริโภคหญ้าปักกิ่งติดต่อกันเป็นเวลานานด้วยครับ